รู้ทันโรคซิฟิลิส อาการ ระยะ และวิธีการรักษา

รู้ทันโรคซิฟิลิส อาการ ระยะ และวิธีการรักษา

ซิฟิลิส หลายท่านอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง ซึ่งหลักๆก็จะติดทางเพศสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ โรคซิฟิลิส บางคนอาจจะเคยได้ยินแต่คิดว่ามันไม่มีแล้ว ในความเป็นจริงโรคเหล่านี้ยังอยู่ และอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นด้วยการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันในวัยรุ่น ทำให้มีการติดเชื้อในกลุ่มนี้ค่อนข้างสูง รวมถึงพอตั้งครรภ์แล้วก็จะก่อปัญหาในระยะยาว เพราะว่าทารกในครรภ์บางครั้งอาจจะมีเรื่องของการเสียชีวิต แต่บางครั้งก็จะเป็นเรื่องของการพิการแต่กำเนิด ทำให้เป็นปัญหาเรื้อรังของสังคม เพราะฉะนั้น ปัญหาเหล่านี้ยังอยู่กับเรา แล้วก็เป็นสิ่งที่เรายังต้องให้ความสนใจอยู่

โรคซิฟิลิส พบได้ในผู้ป่วยทั้งชายและหญิงพบมากในกลุ่มวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์ ด้วยอัตราการติดเชื้อเพลิงจาก 2.16 คนต่อประชากร 1 แสนคนในปี 2551 เป็น 9 คนต่อประชากร 1 แสนคนในปี 2561

สาเหตุ

ซิฟิลิส จะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดเป็นเกลียวทำให้เกิดการติดเชื้อได้ในมนุษย์ สมัยก่อนจะเป็นเรื่องของการได้รับเลือด แต่ปัจจุบันก็จะเป็นเรื่องของเพศสัมพันธ์เป็นหลัก ในปัจจุบันกลุ่มใหญ่ ๆ คือเจอตอนเจาะเลือด ไม่ว่าจะเป็นเจาะเลือดจะสมัครงาน ฝากครรภ์ บางกลุ่มก็จะใช้ HIV คือมาตอนมีอาการ

อาการ

ระยะแรกของซิฟิลิส ก็จะมีรอยโรคเป็นแผลบริเวณอวัยวะเพศ ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็จะหายไปเองในระยะเวลา 3 ถึง 8 สัปดาห์

ระยะที่ 2 ที่อวัยวะเพศก็จะมีลักษณะเป็นปื้นๆเป็นคล้ายๆผื่นนูนกระจายบริเวณอวัยวะเพศ พร้อมกับมีผื่นบริเวณร่างกาย จะมีลักษณะพิเศษคือมีบริเวณที่ฝ่ามือฝ่าเท้าด้วย ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็จะหายไปได้เองอีก

ผื่นบริเวณร่างกาย

ระยะที่ 3 ระยะนี้เป็นระยะเรื้อรัง ผู้ป่วยก็ยังมีเชื้อในร่างกาย แต่ไม่แสดงอาการ สามารถจะส่งผ่าน หรือว่าแพร่เชื้อได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอีกจะเข้าสู่ระยะที่ 4

ระยะที่ 4 ก็อาจจะมีเรื่องของการทำงานของสมองที่แย่ลง รอยโรคที่ระบบไหลเวียนโลหิต ก็จะทำให้เกิดเรื่องของหลอดเลือดใหญ่โป่งพองแล้วก็แตกได้ ซึ่งอันนี้เนี่ยอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต

การรักษา

การรักษาสำหรับเรื่องของ ซิฟิลิส จะต่างกับ HIV ก็คือรักษาหายขาด สำหรับระยะที่ 1 ระยะที่ 2 รักษาไม่ยากเลย อาจจะเป็นการกินยาหรือฉีดยาเพียงครั้งเดียวก็หาย และสำหรับ ซิฟิลิส ถ้าเกิดว่าท่านปล่อยไว้จนเรื้อรังเป็นการติดในระยะที่ 3 ระยะที่ 4 การรักษายากขึ้น แล้วก็มีการทำลายอวัยวะภายในอาจจะรักษาหรือว่าแก้กลับคืนมาไม่ได้ โอกาสเสียชีวิตสูงมาก

การป้องกัน

ถึงจะหายขาดถ้าเกิดว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงรับเชื้อมาเพิ่ม ก็เป็นใหม่ได้ เพราะฉะนั้นเนี่ยหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้อื่น อย่างเช่นการใช้ของมีคมร่วมกัน หรือว่าการสัก การเจาะ ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกหลักอนามัย

ถุงยาง

ถุงยางอนามัยอาจจะไม่ได้ป้องกันโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ทุกโรคร้อยเปอร์เซ็นต์ ซิฟิลิสบางครั้งมันอาจจะอยู่นอกบริเวณที่ถุงยางอนามัยครอบคลุม เพราะฉะนั้นเนี่ยโอกาสตรงนี้มี สำหรับบางท่านที่สังเกตตัวเอง มีแผลบริเวณอวัยวะเพศ มีไข้ ผื่นขึ้น สงสัยว่าจะเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ไม่ต้องอายคุณหมอ เพราะว่าถ้าท่านได้รับการตรวจและรับการวินิจฉัยการรักษาทำได้ไม่ยากแล้วก็มีประสิทธิภาพ