จิบน้ำร้อน ดื่มน้ำอุ่นที่ค่อนไปทางร้อนทุกวัน “ไม่ดี”

หากอยู่ในเมืองหนาว หรือในช่วงหน้าหนาวในบ้านการดื่มน้ำอุ่นๆ ถือว่าดี เพราะไออุ่นจากน้ำไปไล่ไอหนาว หายใจเข้าไป แต่การดื่มน้ำที่ค่อนไปทางร้อนจนเกินไปถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพเพราะความร้อนไปทําให้หลอดเลือดตรงบริเวณ หลอดอาหารขยายตัวเกินจําเป็นทุกวัน วันแล้ววันเล่า อาจเสี่ยง เกิดมะเร็งที่หลอดอาหารขึ้นได้

น้ำร้อน

และในรายที่ชอบซดน้ำชาร้อนๆ ทุกวัน อาจป่วยเป็นมะเร็งที่หลอดอาหาร บางคนเป็นนิ่วในไต (ย้ำ! บางคนไม่ใช่ทุกคน) เพราะในใบชามีกรดออกซาลิก (Oxalic acid) กรดนี้เมื่ออยู่ ในร่างกาย (ที่ไต) จะจับตัวกับโลหะในรูปอิออนบวกที่ได้จาก อาหารที่กินเข้าไป (เช่น แคลเซียม) เปลี่ยนรูปเป็นเกลือออก ซาเลต (Oxalate) เกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ไม่ละลายน้ำ (เช่น แคลเซียมออกซาเลต โซเดียมออกซาเลต ฯลฯ) เป็นผลึก แข็งที่ไตขับออกไม่ได้ หรืออาจมีปนอยู่ในปัสสาวะ นานวันเข้า ผลึกนี้มีขนาดโตขึ้นจนไปเกาะแน่นอยู่ตามท่อปัสสาวะ ที่เนื้อ ไต และที่กระเพาะปัสสาวะ ทําให้ป่วยเป็นนิ่วในไต และ/หรือนิ่ว ในกระเพาะปัสสาวะ

ชาอุ่น

และการที่คนคนนั้นจะเกิดโรคนิ่วในไต และ/หรือนิ้ว ในกระเพาะปัสสาวะดังกล่าวยังมีปัจจัยอื่นเสริมด้วย เช่น ดื่ม น้ำน้อยเป็นประจํา หรือออกกําลังกายมากเกินไปแต่ดื่มน้ำน้อย หรือมักกลั้นปัสสาวะเป็นประจํา หรือกินผักที่ให้สารออก เป็นประจํา เช่นใบชะพลู ใบยอ ผักโขม ยอดแค มันสําปะหลัง ใบโหระพา แครอท หัวไชเท้า กระชาย กระเทียม ในรายที่ ป่วยเป็นโรคเกาต์ซึ่งมีการขับกรดยูริกในปัสสาวะมากเกินไป หรือในบางรายที่กินยาขับปัสสาวะหรือยารักษาโรคกระเพาะ อาหารที่มีเกลือแคลเซียม หรือในรายที่กินอาหารเสริม แคลเซียมนานต่อเนื่อง หรือได้รับวิตามินดีมากเกินไปจนทําให้ การดูดซึมแคลเซียมเกิดขึ้นมากเกินไป เป็นต้น

โรคนิ่ว

อาการของโรคนิ่วที่ผลึกเกลือออกซาเลตอุดตามท่อ ไต/กรวยไต เช่น มีอาการปวดเอว ปวดท้องอย่างรุนแรงคล้าย กับคนที่กําลังปวดท้องก่อนจะคลอดลูก ถ้าเป็นนิ่วที่ท่อไตที่ เชื่อมต่อกับกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยจะมีอาการระคายเคือง ขณะกําลังปัสสาวะ แต่ถ้าเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะก็อาจไม่มี อาการใด ๆ ให้เห็นชัดเจน เว้นเสียแต่มีก้อนนิ่วหลุด เข้าไปใน ทางเดินปัสสาวะทําให้รู้สึกปัสสาวะขัด