มะเร็งลําไส้ใหญ่และไส้ตรง

รู้ทัน โรคมะเร็งลําไส้และไส้ตรง

มะเร็งลําไส้และไส้ตรง หรือที่เรียกว่า “มะเร็งลําไส้ใหญ่” คือมะเร็งที่เกิดในลําไส้ใหญ่ และลําไส้ตรง (ทวารหนัก) เมื่อเซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ มะเร็งก็จะกระจายตัวทั่วลําไส้ใหญ่ ก่อนจะแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย มะเร็งในลําไส้พบมากเป็นอันดับ 3 และมักพบในเพศชาย มากกว่าเพศหญิง

มะเร็งในลําไส้ใหญ่ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่การกินอาหาร ไม่ถูกหลักโภชนาการเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งในลําไส้ โดย เฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ระวังเรื่องอาหารการกิน ก็จะยิ่ง เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลําไส้ใหญ่

ปัจจัยเสี่ยงที่นําไปสู่การเป็นมะเร็งลําไส้และไส้ตรง

ในขณะนี่เราไม่อาจระบุสาเหตุของการเป็นมะเร็งลําไส้ใหญ่และ ไส้ตรงที่แน่นอน แต่เชื่อกันว่าโรคมะเร็งดังกล่าวมักเกี่ยวข้องกับการกิน อาหารที่มีไขมันสูงและไม่มีเส้นใยอาหารต่ําเป็นประจํา ประเทศในซีก โลกตะวันตกจะพบมะเร็งลําไส้และไส้ตรงมากที่สุด เนื่องจากประชากร ของประเทศดังกล่าวกินอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปสูง ทําให้ร่างกาย ได้รับเส้นใยอาหารที่จําเป็นในปริมาณไม่เพียงพอ

สำหรับคนที่อายุมากกว่า 50 ปีจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมากที่สุด และจากการวิจัยพบว่าผู้ชายเชื้อชาติแอฟริกัน-อเมริกันมีความเสี่ยง ต่อการเป็นโรคมากขึ้น คนที่มีประวัติการเป็นโรครวมถึงคนที่มาจาก ครอบครัวซึ่งสมาชิกเป็นโรคมะเร็งลําไส้และไส้ตรง จะมีความเสี่ยงต่อ การเป็นโรคมากกว่าคนทั่วไป

สำหรับคนที่มีสิ่งมะเร็งในลําไส้ใหญ่หรือมีภาวะลําไส้ใหญ่อักเสบ จะมี ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งลําไส้และไส้ตรงสูง และการได้รับเยื่อ หินทนไฟเป็นประจําจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมากขึ้น

อาการของโรคมะเร็งลําไส้และไส้ตรง

โดยที่อาการที่พบมากที่สุดของมะเร็งลําไส้และไส้ตรง ได้แก่ การมี เลือดไหลในลําไส้ มีอาการปวดลําไส้ การทํางานของลําไส้ผิดปกติจาก แต่ก่อน อุจจาระที่ถ่ายออกมาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ท้องบวมและมี อาการปวด เหนื่อยอ่อน หมดเรี่ยวแรง โลหิตจาง และน้ําหนักลด

การตรวจหาและการป้องกันโรคมะเร็งลําไส้ใหญ่

โรคมะเร็งลําไส้และไส้ตรงเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากพบในระยะแรกๆ สิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คือข้อแนะนําในการลด ความเสี่ยงต่อการเป็นโรค ด้วยการปฏิบัติตามคําแนะนําเหล่านี้ จะ ทําให้คุณห่างจากการเป็นโรคได้มากขึ้น

  • กินเส้นใยอย่างน้อยวันละ 25-30 กรัม
  • กินผักและผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารสูงให้มาก
  • หากคุณมีอายุมากกว่า 40 ปี ให้ทําการตรวจลําไส้และไส้ตรง
    ทุกๆ ปี
  • หากคุณมีอายุมากกว่า 50 ปี ให้ทําการตรวจเลือดในอุจจาระ ทุกๆ ปี
  • ให้ทําการตรวจภายในด้วยวิธี sigmoidoscopy หากคุณมีอายุ 50 ปี หลังจากนั้นให้ตรวจทุกๆ 3 – 5 ปี
  • หากคุณมีอายุมากกว่า 50 ปี และสังเกตเห็นเลือดในอุจจาระ ให้รีบพบแพทย์ทันที

การรักษามะเร็งลําไส้ใหญ่

หลังจากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในลําไส้ การรักษามะเร็งลําไส้ใหญ่ ทําได้ด้วยกันหลายวิธี ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและขนาดของเซลล์มะเร็ง แพทย์จะทําการตรวจดูว่ามีการแพร่กระจายไปมากน้อยแค่ไหน โดยการ ส่องกล้องตรวจภายในลําไส้และฉายแสงตรวจดูการแพร่กระจายหากมีการแพร่กระจายไม่มากก็จะรักษาด้วยการผ่าตัด แต่ถ้ามี การแพร่กระจายก็จะใช้การรักษาด้วยเคมีบําบัดควบคู่ไปด้วย และถึง แม้จะผ่าเอามะเร็งออกแล้วก็ยังต้องเฝ้าระวัง เพราะสามารถกลับมาเป็น ได้ใหม่อีกเมื่อใดก็ได้

การติดตามผลการรักษา

โดยที่ผู้ป่วยหลังการรักษาจะได้รับการติดตามโดยแพทย์ผู้รักษา เพื่อดูแลสุขภาพต่อไปการตรวจติดตามผล โดยปกติแล้วหลังผ่าตัดผู้ป่วยจะพบแพทย์ 3-6 เดือน ในช่วง 2 ปีแรกและทุก 6 เดือน ไปจนถึง 5 ปี การตรวจตามผลจะใช้การตรวจร่างกาย ตรวจเลือดเพื่อหาสารติดตามผลมะเร็ง และอื่นๆ เช่น การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ และการตรวจวินิจฉัยทางรังสี ซึ่งแพทย์จะพิจารณาระยะเวลาตามความเหมาะสม

ความจริงเกี่ยวกับมะเร็งลําไส้ตรง

มะเร็งลําไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ใน สหรัฐอเมริกา ในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยที่เป็นโรคดังกล่าวประมาณ 150,000 ราย โดยมะเร็งดังกล่าวจะพัฒนามาจากสิ่งเนื้องอกเล็กๆ ที่เติบโตอยู่ใน เยื่อบุภายในลําไส้ใหญ่และไส้ตรงที่มีลักษณะเป็นเมือกลื่น เนื้องอก เหล่านี้จะเติบโตอย่างช้าๆ และตรวจพบได้โดยการใช้เครื่องมือทางการ แพทย์ ทําให้มะเร็งลําไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นหนึ่งในมะเร็งที่สามารถ รักษาให้หายขาดได้มากที่สุด

«
»