การใช้สารกระตุ้นน้ำนม ในช่วงเริ่มต้นให้น้ำนมหรือเพิ่มปริมาณน้ำนม

สารกระตุ้นน้ำนม

Galactogogues คือ สารที่ช่วยเริ่มต้นการสร้างน้ำนม รักษาปริมาณ น้ำนมให้มีมากอยู่เป็นเวลานานหรือช่วยในการกระตุ้นการสร้างน้ำนม เพื่อ แก้ปัญหาปริมาณน้ำนมน้อย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทําให้แม่ส่วนใหญ่หยุด การให้นมแม่, ฮอร์โมนที่มีผลต่อการสร้างน้ำนมมากที่สุดคือ prolactin. เมื่อ มีการคลอดทารก ระดับฮอร์โมน progesterone จะลดต่ําลง ทําให้การสร้าง น้ำนมเริ่มต้นขึ้น (lactogenesis II) โดยการทํางานร่วมกันของสมองส่วน hypothalamus และ anterior pituitary gland, มีการยับยั้ง dopamine ago nists และ dopamine antagonists เพิ่มขึ้น, ระดับ prolactin เพิ่มสูงขึ้น เป็น ผลให้มีการสร้างน้ำนม (endocrine control) หลังจากนั้นระดับ prolactin จะ ลดลงเรื่อยๆ แต่การสร้างน้ำนมจะยังคงอยู่เนื่องจากถูกกระตุ้นจากการดูด นมของลูก (autocrine control)

การดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 วันแรกหลัง ทารกเกิดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกระตุ้นน้ำนม ดังนั้นในการเริ่มใช้สารกระตุ้น น้ำนมจะมีข้อบ่งชี้เมื่อประเมินและแก้ไขสาเหตุที่สามารถแก้ไขได้ และเพิ่ม ความถี่ของการดูดนมหรือปั้มนมแล้วไม่ประสบความสําเร็จเท่านั้น

ข้อบ่งชี้ในการใช้สารกระตุ้นน้ำนม คือ กระตุ้นให้เกิดการสร้างน้ำนม โดยที่หญิงนั้นไม่ได้ตั้งครรภ์ (adoptive nursing), ทําให้เกิดการสร้างน้ำนมขึ้นมาใหม่หลังจากหย่านมไปแล้ว (relactation) และเพิ่มการสร้างน้ํานมในกรณีที่แม่กับลูก แยกจากกัน เช่น คลอดก่อนกําหนดหรือทารกป่วยต้องได้รับการรักษาในหออภิบาลทารกวิกฤต

ขั้นตอนการเพิ่มปริมาณน้ำนม

  1. ประเมินปริมาณน้ำนมในขณะนั้น ประสิทธิภาพการดูดนมของลูก ความถี่ของการให้ ลูกดูดนมแม่ หลังดูดเต้านมนุ่มลงหรือไม่. แนะนําให้แม่เห็นความสําคัญของการเพิ่มความถี่ และระยะเวลาในการให้ลูกดูดนมแม่หรือเพิ่มความถี่ของการปั้ม. แนะนําให้แม่ใช้เครื่องปั้ม นมที่มีประสิทธิภาพ ประเมินปัญหาอื่น ๆ เช่น การให้อาหารเสริมแก่ทารกอย่างไม่เหมาะสม, แม่กับลูกแยกจากกัน, ทารกอมหัวนมไม่ถูกต้องหรือดูดนมไม่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น
  2. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้ สารกระตุ้นน้ำนม.
  3. แม่ควรได้รับการคัดกรองข้อห้ามในการใช้สารกระตุ้นน้ำนม และควรได้รับข้อมูล เกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
  4. นัดตรวจติดตามเพื่อประเมินปริมาณน้ำนมและผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้สาร กระตุ้นน้ำนม.
  5. สารกระตุ้นน้ำนมส่วนใหญ่มีการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ในระยะสั้น 1-3 สัปดาห์ การใช้ ในระยะยาวยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ

กลไกการออกฤทธิ์ของสารกระตุ้นน้ำนม

ส่วนใหญ่ออกฤทธิ์โดยยับยั้งที่ dopamine receptors ทําให้มีการเพิ่มของระดับ prolactin แต่ยังมีสารหลายชนิดที่ไม่ทราบกลไกในการออกฤทธิ์

Metoclopramide คืออะไร

Metoclopramide เป็นยาที่มีการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ และได้รับความนิยมมากที่สุด ในการกระตุ้นน้ำนม ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการหลั่ง dopamine ทําให้ระดับ prolactin เพิ่ม สูงขึ้น ยาชนิดนี้ใช้ในการรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน และรักษาภาวะกรดไหลย้อนใน เด็ก. พบว่าระดับยาในกระแสเลือดของทารกต่ํามากและต่ํากว่าระดับยาที่ใช้ในการรักษา นอกจากนี้ ยังไม่พบว่ามีรายงานผลข้างเคียงในทารก ไม่พบว่ายามีผลต่อการเปลี่ยน แปลงส่วนประกอบของนมแม่อย่างมีนัยสําคัญ หลายการศึกษาพบว่ายามีประสิทธิภาพ ในการช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนม

อาการข้างเคียงที่มีรายงานว่าพบในแม่ เช่น กระสับกระส่าย, ง่วง, อ่อนเพลีย, และ ถ่ายเหลว. ควรแนะนําให้หยุดยาในรายที่มี extrapyramidal side efects เช่น นอนไม่หลับ, ปวดศีรษะ, สับสน, เวียนศีรษะ, ซึมเศร้า หรือหวาดระแวง. หากพบว่ามีการตึงตัวของกล้าม เนื้อผิดปกติอย่างเฉียบพลัน (acute dystonic reactions) ซึ่งพบได้น้อยกว่าร้อยละ 0.05 ของ ผู้ที่ใช้ยานี้ อาจมีความจําเป็นต้องรักษาด้วย diphenhydrammine. ไม่ควรใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรค ลมชักหรือใช้ยากันชัก, โรคซึมเศร้าหรือใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้า, โรค pheochromocytoma, โรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ไม่ดี, มีเลือดออกในลําไส้หรือลําไส้อุดตัน และห้ามใช้ในคนที่แพ้ jn metoclopramide

ขนาดยาที่แนะนํา คือ 30-45 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งให้ 3-4 ครั้งต่อวัน ประสิทธิภาพการเพิ่ม ปริมาณน้ำนมเพิ่มตามขนาดยา, ระยะเวลาที่ให้ยาเพิ่มขนาดประมาณ 7-14 วัน จากนั้นลดขนาด ยาลงเรื่อยๆ ใน 5-7 วัน หากพบว่าปริมาณน้ำนมลดลงมากเมื่อลดขนาดยา อาจพิจารณาให้ ยาขนาดต่ําที่สุดที่สามารถรักษาระดับน้ำนมไว้ได้และใช้ในระยะเวลานานขึ้น, ผู้เชี่ยวชาญบางท่าน แนะนําให้ค่อย ๆ เพิ่มขนาดยาขึ้นเรื่อยเมื่อเริ่มใช้ยา

Domperidone

Domperidone มีกลไกยับยั้ง dopamine ใช้ในการรักษากรดไหลย้อนและอาการคลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากยาผ่าน blood-brain bare น้อยกว่า metoclopramide จึงมี extrapyramidal side efects และผ่านไปยังน้ำนมน้อยกว่า ยา dompeidone ทําให้ระดับ prolactin ในเลือดสูงขึ้นแม้ จะใช้ในหญิงที่ไม่ตั้งครรภ์ เป็นสารกระตุ้นน้ำนมชนิดเดียวที่มี randomized controlled trial พบว่ามีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ ปากแห้ง, ปวดศีรษะ และอาการปวดเกร็งท้อง domperidone มีข้อห้ามใช้ในคนที่แพ้ยา และในภาวะที่การกระตุ้นลําไส้อาจทําให้เกิดอันตราย เช่น เลือดออก ในทางเดินอาหาร, ลําไส้อุดตัน หรือลําไส้ทะลุ ไม่พบว่าการใช้ยาชนิดรับประทานมีผลเสียต่อแม่ และลูก

ขนาดยาที่แนะนําคือ 10-20 มิลลิกรัม 3-4 ครั้งต่อวัน นาน 3-8 สัปดาห์. จะพบการตอบ สนองภายหลังใช้ยา 3-4 วัน แต่ในบางรายอาจพบการตอบสนองใน 24 ชั่วโมง และในบางรายอาจ ต้องใช้เวลานาน 2-3 สัปดาห์

Sulpiride และ Chlorpromazine

Sulpiride ทําให้ระดับ prolactin เพิ่มขึ้น โดยไปเพิ่ม prolactin-releasing hormone จาก hypothalamus 32.33 จากการศึกษาพบว่า สามารถเพิ่มปริมาณน้ํานมเมื่อเทียบกับยาหลอก 34-37 ผลข้างเคียงพบ extrapyramidal side effects เช่นเดียวกันกับ metoclopramide และอาจพบว่ามี น้ําหนักตัวเพิ่ม. มีรายงานว่าพบน้ํานมไหลในผู้ป่วยทั้งเพศหญิงและเพศชายที่ใช้ยา chlororoma

ขนาดยาที่แนะนําคือ 50 มิลลิกรัม 2-3 ครั้งต่อวัน มีรายงานว่าการใช้ยาขนาด 25 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน สามารถเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ภายหลังใช้ยานาน 1 สัปดาห์ 38

Human Growth Hormone

มีการศึกษา randomized, double-blind, placebo-controlled trial โดยใช้ human growth hormone ขนาด 0.1 international unit/kg/day ฉีดใต้ผิวหนัง พบว่าสามารถเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ อย่างมีนัยสําคัญหลังจากใช้ยานาน 7 วันในแม่สุขภาพดีจํานวน 16 ราย ไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลง ส่วนประกอบของน้ำนมและไม่พบผลข้างเคียงในแม่

Thyrotrophin-Releasing Hormone (TRH)

กระตุ้นการหลั่ง thyroid-stimulating hormone (TSH) และ prolactin จากต่อมใต้สมอง 11 การศึกษาพบว่าการใช้ในระยะสั้นมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ. การใช้ในระยะยาวยังไม่มี ข้อมูลเพียงพอ. ขนาดยาคือ พ่นจมูก (1 มิลลิกรัม TRH) 4 ครั้งต่อวัน หรือฉีดเข้าทางหลอดเลือดดํา 200 ไมโครกรัม หรือชนิดรับประทาน 5 มิลลิกรัม

Herbal/Natural Galactogogues

การใช้สมุนไพรในการกระตุ้นน้ํานมเป็นที่นิยมทั่วโลก แม้ว่าส่วนใหญ่ไม่ผ่านการประเมิน ทางวิทยาศาสตร์ แต่มีการใช้อย่างแพร่หลายตามค่านิยมและวัฒนธรรมท้องถิ่น, สมุนไพรที่ได้รับ ความนิยม คือ

Fenugreek (Trigonela foenum-graecum) เป็นพืชในตระกูลถั่ว ชื่อในภาษาไทย คือ “ลูกซัด” เป็นส่วนประกอบของอาหารมุสลิมหรืออาจอยู่ในรูปของ “ยาประสระน้ํานม” เป็นสมุนไพรที่ได้ รับความนิยมมากที่สุดในการกระตุ้นน้ํานม. ปลูกอยู่ในแถบอินเดียและตะวันออกกลาง. ขนาดที่ แนะนําในการใช้คือ 1-4 แคปซูล (580-610 มิลลิกรัม) 3-4 ครั้งต่อวัน อาจมีความจําเป็นต้องใช้ ขนาดที่สูงกว่านี้ในกรณี relactating หรือ adoptive nursing หรืออาจดื่มในรูปชา (ใช้เมล็ด 1/4 ช้อน ชาแช่ในน้ําร้อน 8 ออนซ์ นาน 10 นาที) ดื่ม 3 ครั้งต่อวัน พบว่าปริมาณน้ํานมเพิ่มขึ้นภายใน 2472 ชั่วโมง อาการข้างเคียงพบได้น้อย ที่มีรายงาน เช่น เหงื่อ น้ํานม และปัสสาวะมีกลิ่นคล้าย maple, ถ่ายเหลว และอาการของโรคหอบหืดรุนแรงขึ้น. ไม่แนะนําการใช้ในระหว่างการตั้งครรภ์ เนื่องจากมีฤทธิ์กระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก. เนื่องจากพบว่า สมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์ในการลด ระดับน้ําตาลในเลือด จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

Goat’s rue (Galega officinalis) ได้รับความนิยมแพร่หลายในแถบยุโรปตั้งแต่ปีคริสตศักราช 1900 เนื่องจากให้เป็นอาหารแก่วัวแล้วพบว่าวัวมีปริมาณน้ํานมเพิ่มขึ้น ยังไม่มีการศึกษาและไม่ พบว่ามีรายงานผลข้างเคียงในมนุษย์ ไม่มีรายงานผลข้างเคียงทั้งในยุโรปและอเมริกาใต้ ซึ่งมีการ ใช้เพื่อลดระดับน้ําตาลในเลือด. นิยมดื่มในรูปชา. ขนาดที่ใช้คือ ใบแห้ง 1 ช้อนชาแช่ในน้ําร้อน 8 ออนซ์ นาน 10 นาที ดื่มครั้งละ 1 ถ้วย 3 ครั้งต่อวัน

Milk thistle (Silybum marianum) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในยุโรป แต่ยังไม่มีการ ศึกษารับรอง. รู้จักกันในชื่อ “St. Mary’s thistle” โดย American Herbal Products Association จัดให้สมุนไพรชนิดนี้อยู่ในกลุ่มที่ 1 ซึ่งหมายถึง สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยเมื่อใช้ในขนาดที่ เหมาะสม และไม่มีข้อห้ามในระหว่างให้นมแม่, นิยมใช้ในรูปชา. ขนาดที่ใช้คือ เคี่ยวเมล็ดที่บดแล้ว 1 ช้อนชาในน้ํา 8 ออนซ์ นาน 10 นาที ดื่ม 2-3 ถ้วยต่อวัน

ก่อนการใช้สารกระตุ้นน้ํานมทุกครั้งจะต้องผ่านการประเมินและแก้ไขปัจจัยที่สามารถแก้ไข ได้ เช่น ความถี่ของการดูดนมและการดูดนมจนเกลี้ยงเต้า, การใช้ยาไม่สามารถแทนที่การประเมิน และการให้คําแนะนําเพื่อแก้ไขปัจจัยเหล่านี้ เมื่อมีการสั่งยาไปแล้วจะต้องมีการนัดเพื่อติดตาม ผลข้างเคียงทั้งในแม่และลูก

เรียบเรียงจากนิตยสาร : คลิกนิกเล่มที่ 380 ฉบับประจำเดือนสิงหาคม 2559