โรคภูมิแพ้ กับความเชื่อแบบผิด มีอะไรบ้างมาดู

โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากขึ้นในสังคมไทย ปัจจุบันผู้ป่วยหลายราย ที่หาข้อมูลกันทางอินเทอร์เน็ตซึ่งอาจจะมีทั้งส่วนที่ถูกต้องแล้วก็ยังเป็นส่วนที่เข้าใจผิดผสมกันมา

แพ้อาหารอะไร ถ้ากินอาหารนั้นบ่อยจะหายแพ้ได้หรือไม่

ความเชื่อว่าคนไข้ที่เป็นโรคแพ้อาหาร แล้วพยายามทดลองกินอาหารเพื่อหวังว่าวันนึงจะชนะโรคแพ้อาหาร ถือว่าเป็นความเข้าใจผิดที่เราเจอได้บ่อย การรองรับประทานอาหารเอง โดยลองชิมอาหารที่แพ้ทีละน้อย ไม่แนะนำเนื่องจากการทำดังกล่าวนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

เคสที่คนไข้คนนึงแล้วก็แพ้กุ้ง เขาก็อยากจะลองกินกุ้งแต่ละชนิด ว่าเขาแพ้อะไรบ้าง อาการคนไข้หลังจากกินกุ้งเข้าไปก็มีอาการหน้าบวม มีผื่นขึ้นทั้งตัว แล้วก็แน่นหน้าอก เกือบเสียชีวิต เพราะว่าต้องไปนอนที่ห้อง ICU อยู่ 2 คืน นี้ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งคือเนื่องจากความเข้าใจผิด

โรคภูมิแพ้รักษาเสร็จแล้วจะหายขาดได้หรือไม่

ความเชื่อที่ว่าโรคภูมิแพ้นั้นสามารถหายขาดได้หรือไม่ โรคภูมิแพ้ในเด็กเช่นการแพ้อาหารบางโรคก็หายขาดได้เมื่อโตขึ้นมา อย่างเช่น การแพ้นมอาการ แพ้ไข่ แต่สำหรับในใหญ่แล้วก็ขึ้นอยู่กับเป็นโรคชนิดไหนด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้วโรคภูมิแพ้ที่เจอในผู้ใหญ่มักจะเป็นโรคเรื้อรัง อาจจะมีอาการที่กำเริบเป็นช่วงตามแต่ฤดูกาลบ้าง ตามการเจ็บป่วย ตามการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ หรือมลภาวะทางอากาศ

แค่ออกกำลังกายก็หายจากโรคภูมิแพ้ได้หรือไม่

มีคนไข้โรคภูมิแพ้หลายรายการที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ แล้วอยากจะขอยาและก็ไปใช้วิธีธรรมชาติไปออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี แต่ในโรคภูมิแพ้บางโรคนั้นอาจจะต้องรักษาให้ดีก่อนที่จะไปออกกำลังกาย เนื่องจากอาจจะทำให้อาการของตัวลดยาลงไปเฉพาะ อย่างเช่น คนไข้ที่เป็นโรคหืดที่ยังควบคุมอาการไม่ดี เราไม่ได้ใช้ยาแล้วไปออกกำลังกาย อาจจะเกิดผลเสียได้ เพราะการออกกำลังกายในตอนที่หืดยังไม่ดีนั้น บางรายมีอาการหลอดลมไว แล้วก็มีหลอดลมตีบ ในช่วงการออกกำลังกาย อาจทำให้อาการคนไข้กำเริบ และอาจจะแย่ได้ หมอก็แนะนำให้คนไข้รักษาด้วยการใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งอาการดีขึ้นถึงจุดนึงก่อน จากนั้นถึงตามด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ต้องทำในช่วงเวลาที่เหมาะสม และสามารถควบคุมอาการของโรคภูมิแพ้ได้ดีระดับหนึ่ง

ยารักษาโรคภูมิแพ้มีผลเสียต่อโรคไต

เชื่อที่ว่าคนไข้ไม่อยากใช้ยาในระยะยาว เนื่องจากตัวยาไปสะสมในตับบ้าง ในไตบ้าง ยาปัจจุบันเรามีประสิทธิภาพสูงและในขณะที่ผลข้างเคียงก็ต่ำลง เมื่อเทียบกับยุคก่อน หากเราไม่ใช้ยาในขณะที่เราเป็นโรคภูมิแพ้ที่ยังควบคุมไม่ได้ อย่างเช่น โรคหืดแบบนี้ย่อมส่งผลต่ออาการที่รุนแรงขึ้นของโรคหืด อาจจะมีการกำเริบ มีหลอดลมตีบ อันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ดังนั้นโดยสรุปแล้ว คนไข้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ สามารถใช้ยาได้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะแพทย์จะเลือกยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละรายอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลว่ายาจะไปสะสม ที่ตับที่ ไต จนกระทั่งเราละเลยในการดูแลรักษาโรคภูมิ้แพ้ให้ได้อย่างเหมาะสม

โรคภูมิแพ้แค่กินอาหารเสริมก็หายได้

เรื่องอาหารเสริม เพื่อป้องกันหรือ เพื่อรักษาโรคภูมิแพ้ในผู้ใหญ่ เราก็ยังมีข้อมูลจำกัด และยังไม่มีคำแนะนำให้ใช้อาหารเสริมชนิดใดเป็นพิเศษ เพื่อรักษาและป้องกันโรคภูมิแพ้ ปัจจุบันหมอก็แนะนำให้คนไข้ดูแลสุขอนามัยของร่างกาย เช่น การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ แล้วก็ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีอาการภูมิแพ้ควบคุมได้ดีแล้ว

ก็สุดท้ายนี้นะครับเรื่องความเชื่อต่างๆ ที่เกี่ยวกับด้านภูมิแพ้ ไม่ว่าจะค้นมาจากแหล่งใดก็ตาม หมอเองก็แนะนำว่า ถ้ามีความเชื่อไหนที่ยังไม่แน่ใจ ก็ควรมาปรึกษาแพทย์ที่ดูเรื่องโรคภูมิแพ้ด้วย เพื่อจะได้ให้คำแนะนำการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง แล้วก็เหมาะสมต่อไป

อ้างอิง : อ.นพ.มงคล สมพรรัตนพันธ์ @ มหิดล แชนแนล