มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก อาการและการรักษา

มะเร็งปากมดลูก จากสถิติผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นเพศหญิง มะเร็งปากมดลูกเป็น มะเร็งที่มีผู้ป่วยมากเป็นอันดับ 4 ใน 1 วันจะมีผู้หญิงที่เสียชีวิตจาก มะเร็งปากมดลูกเฉลี่ย 14 คน ดูตัวเลขแล้วเป็นจํานวนที่น่าตกใจอย่าง มาก โดยเฉพาะผู้หญิงในช่วงอายุประมาณ 35-60 ปี จะยิ่งเป็นช่วงที่มี ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุในการเกิดมะเร็งปากมดลูกยังไม่ทราบแน่ชัด แต่หนึ่งในปัจจัยหลักคือเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา (PHV) ที่ติดต่อ ทางการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเชื้อไวรัสตัวนี้จะทําให้เซลล์บริเวณปากมดลูก เกิดการเปลี่ยนแปลงจนนําไปสู่การเป็นมะเร็งที่ปากมดลูกได้

นอกจากไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักแล้ว เรายังทราบถึงปัจจัยที่เพิ่ม ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคดังกล่าวอยู่บ้าง เช่น การมีกิจกรรมทางเพศที่ เร็วจนเกินไป การเปลี่ยนคู่นอนหลายคน จนทําให้ติดโรคทางเพศสัมพันธ์ในงานวิจัยบางชิ้นยังพบอีกว่า การสูบบุหรี่เป็นประจํามีส่วนในการเพิ่ม ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคด้วย

อาการของโรคมะเร็งปากมดลูก

อาการของโรคมะเร็งปากมดลูก มีหลายประการ ได้แก่ มดลูกมี เลือดไหลแต่ไม่มีความรู้สึกเจ็บ มดลูกมีของเหลวไหลออกมาผิดปกติ และมีความรู้สึกเจ็บในขณะมีเพศสัมพันธ์ สิ่งที่ทําให้ทราบว่าคุณเป็น โรคดังกล่าวหรือไม่คือ การให้แพทย์ทําการตรวจโดยละเอียดเพื่อหา เซลล์ผิดปกติในมดลูก หากพบว่ามีความผิดปกติดังกล่าวให้หาวิธีรักษา แต่เนิ่นๆ ซึ่งมะเร็งปากมดลูกแบ่งออกเป็น 5 ระยะคือ

ระยะที่ 0 เป็นช่วงที่มะเร็งยังไม่กระจายตัว สามารถรักษาได้ ด้วยการผ่าตัด และเป็นเพียงการผ่าตัดเล็ก รวมถึงโอกาสที่จะหายขาด จากโรคมีมากถึง 100% นั่นคือมีโอกาสหายขาดจากการเป็นมะเร็ง

ระยะที่ 1 เป็นช่วงที่เซลล์มะเร็งเริ่มกินเซลล์ที่ปากมดลูกแล้ว การ รักษาในระยะนี้ต้องทําการผ่าเอามดลูก รวมถึงต่อมน้ําเหลือที่อยู่ใน บริเวณนั้นออก ผลการรักษาประมาณ 80% อาจหายจากโรค แต่ก็ยัง ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ระยะที่ 2 เป็นช่วงที่เซลล์มะเร็งแพร่ออกนอกปากมดลูก แต่ยังไม่ กินบริเวณกว้างมาก การรักษาทําได้ด้วยการผ่าตัด ร่วมกับทําเคมีบําบัด เคีโม) และการฉายแสง

ระยะที่ 3 เป็นช่วงที่เซลล์มะเร็งกระจายออกนอกปากมดลูก แต่ ยังอยู่ในบริเวณเชิงกราน การรักษาทําเช่นเดียวกับมะเร็งปากมดลูกใน ระยะที่ 2 แต่ผลการรักษาอาจคาดหวังไม่ได้มากนัก

ระยะที่ 4 เป็นระยะที่มะเร็งแพร่กระจายออกนอกเชิงกราน การ รักษาทําได้เพียงประคับประคองอาการ และยืดอายุผู้ป่วยเท่าที่จะทําได้

การวินิจฉัยโรคและการรักษามะเร็งปากมดลูก

โดยทั่วไปจะทําการตรวจด้วยการส่องกล้อง ซึ่งเรียกว่าวิธี Colposcopy โดย การป้ายบริเวณปากมดลูกด้วย “ไอโอดีน” ทําให้เมื่อส่องกล้องจะเห็น ความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก หากเซลล์ที่ถูกไอโอดีนมีความผิด ปกติจะเห็นเป็นสีขาว ส่วนเซลล์ที่ไม่มีความผิดปกติจะเห็นเป็นสีน้ําตาล จากนั้นแพทย์จะตัดเอาเซลล์ที่มีความผิดปกติไปตรวจหาเซลล์มะเร็งต่อไป

มะเร็งปากมดลูก
ขอบคุณรูปภาพ : เว็บไซต์ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต

ซึ้งหากแพทย์พบว่าเซลล์นั้นเป็นเซลล์มะเร็ง ก็จะนําไปสู่ขั้นตอน การรักษา ซึ่งจะทําการรักษาตามระยะอาการของมะเร็งว่าอยู่ในระยะใด มะเร็งระยะแรกๆ ที่ยังไม่แพร่กระจาย สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการ ผ่าตัด ถ้ามะเร็งยังไม่เกาะที่ปากมดลูกก็ไม่จําเป็นต้องผ่าเอามดลูกออก จะเป็นเพียงการผ่าตัดเล็กเท่านั้น ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นาน ซึ่งการ ผ่าตัดมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี เช่น จี้ปากมดลูกด้วยความเย็น ตัดด้วย เลเซอร์ ตัดด้วยห่วงไฟฟ้า เป็นต้น

ถ้าหากเซลล์มะเร็งเกาะที่ปากมดลูกแล้ว แพทย์อาจต้องตัดมดลูก และต่อมน้ําเหลืองบริเวณนั้นออก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์ มะเร็ง เว้นแต่ผู้ป่วยยังต้องการที่จะมีบุตร แพทย์ก็อาจพิจารณาใช้การ รักษาด้วยวิธีอื่น หากเซลล์มะเร็งแพร่กระจายออกจากมดลูกแล้ว นั่นคือ ระยะที่ 2 หรือมากกว่านั้น การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แพทย์ต้องใช้การรักษาด้วยการฉายแสงและเคมีบําบัด หรือที่เรียกกันว่า “การทําคีโม” ควบคู่ไปด้วย

วิธีป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก

ในปัจจุบันแพทย์คิดค้นวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้แล้ว แม้ จะหวังผลได้ไม่ถึง 100% แต่ก็สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก ได้มากกว่า 70% แต่หากทําการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกเป็น ประจําควบคู่ไปด้วยแล้วละก็ แม้จะเป็นมะเร็งแต่ก็สามารถรักษาได้ อย่างทันท่วงที นอกจากจะป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนแล้ว ยังสามารถลด ความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ด้วยการปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

  • กินผักผลไม้ให้มากๆ
  • ไม่สูบบุหรี่
  • รักษาความสะอาดบริเวณช่องคลอด
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

โดยความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกสามารถลดลงได้ด้วยการ หยุดพฤติกรรมการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่ มีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเหนือสิ่งอื่นใด คือการตรวจร่างกายอย่างสม่ําเสมอ สิ่งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการ เป็นมะเร็งปากมดลูกได้ดีในระดับหนึ่ง การพบเซลล์มะเร็งปากมดลูกแต่ เนินๆ จะทําให้รักษาได้อย่างง่ายดายในขณะที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจํานวน มากและรักษาให้หายขาดได้

ถ้าหากคุณมีอายุอย่างน้อย 15 ปี มีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งและไม่เคย ตรวจสุขภาพ ควรเริ่มดูแลสุขภาพแต่วันนี้ด้วยการนัดพบแพทย์เพื่อ ตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะตรวจหาเซลล์มะเร็งปาก มดลูก

วิธีดูแลพยาบาลหลังการผ่าตัดมะเร็งปากมดลูก

  • การดูแลด้านจิตใจ : ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกมักจะเกิดอารมณ์หวาดกลัว กระสับกระส่าย และหงุดหงิดได้ง่าย เป็นต้น ครอบครัวควรดูแลเอาใจใส่และให้กำลังใจผู้ป่วย
  • การดูแลด้านสุขอนามัย : หลังการผ่าตัดควรล้างช่องคลอดด้านนอกและปากท่อปัสสาวะวันละ 2 ครั้ง เพื่อรักษาความสะอาดของช่องคลอด นอกจากนี้ ยังสามารถรับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ
  • การดูแลด้านการออกกำลัง : ฝึกซ้อมการหายใจส่วนท้องและฝึกขมิบทวารหนัก เพื่อเพิ่มพลังการหดตัวของกล้ามเนื้อท่อปัสสาวะ และกล้ามเนื้อหูรูดของท่อปัสสาวะ ช่วยฟื้นฟูระบบประสาทของกระเพาะปัสสาวะที่ได้รับความเสียหาย
  • การดูแลด้านการบริโภค : ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินสูง โปรตีนสูง และอาหารที่ย่อยง่ายให้มาก เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย

ความจริงเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก มีการเติบโตอย่างช้าๆ มักเกิดขึ้นในส่วนของ ปากมดลูก ซึ่งเป็นส่วนแคบๆ ปลายสุดด้านนอกของมดลูกที่จะเปิดไป ยังช่องคลอด หากแพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติดังกล่าวได้ แต่เนิ่นๆ จะทําให้การรักษาง่ายขึ้น

ในแต่ละปี ผู้หญิงชาวอเมริกันประมาณ 12,800 คนได้รับการ วินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก และผู้หญิงจํานวนมากกว่า 45,000 คน มีอาการของมะเร็งปากมดลูกในช่วงต้น และผู้หญิงอีกหลายพันคนเข้า รับการรักษาอาการมะเร็งขั้นต้นที่มีชื่อเรียกว่า “ดีสพลาเซีย” (dysplasia)

«
»