อาการ วิธีป้องกัน “ฮีทสโตรก” ภัยเงียบอันตรายกว่าที่คิด

heat stroke

ฮีทสโตรก หรือ โรคลมแดด ในคำจำกัดความทางการแพทย์คือภาวะที่อุณหภูมิการทางร่างกาย หรือ Core body temperature สูงตั้งแต่ 40 องศาขึ้นไป ร่วมกับมีอาการทางระบบประสาทส่วนกลาง

อาการ

อาการฮีทสโตรกในเบื้องต้น ถ้าเป็นไม่มากก็อาจจะแค่รู้สึกเหนื่อยเพลีย อาจจะมึนงง เป็นลม หัวใจเต้นเร็วขึ้น หายใจไวขึ้น แต่ถ้าเป็นเยอะๆเนี่ยก็อาจจะเริ่มมีอาการกล้ามเนื้อเป็นตะคริว เกร็ง หรือมีอาการชัก อาจจะถึงขั้นหมดสติ รวมถึงอาจจะเสียชีวิตได้

สำหรับกลุ่มคนที่มักจะได้รับผลกระทบจากฮีทสโตรกเยอะ มักก็เป็นคนอายุตั้งแต่ 50 ขึ้นไป รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับหัวใจ ปอด ไต รวมถึงกลุ่มพวกเบาหวาน ความดัน แต่ว่าในคนปกติสุขภาพแข็งแรงดีทั่วๆไปเนี่ยก็มีโอกาสที่จะได้รับผลเสียจากฮีทสโตรกได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราดื่มแอลกอฮอเยอะๆ

heat stroke
heat stroke

หากเราสงสัยว่าคนใกล้ตัวเนี่ยกำลังมีภาวะฮีทสโตรก สิ่งที่ดีที่สุดเลยต้องขอความช่วยเหลือจากสถานพยาบาลใกล้เคียงก่อนหรือไม่งั้นก็โทร 1669  ระหว่างที่รอความช่วยเหลือนะ สิ่งที่เราพอจะทำได้ค่ะก็ควรที่จะต้องรีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้ไปอยู่ในที่ที่มีเครื่องปรับอากาศ หรือถ้าในละแวกนั้นไม่มีหรือหาได้ยากเนี่ยอย่างน้อยๆ ไปอยู่ในที่ที่เย็นลงหรือมีร่มไม้แล้วก็อากาศถ่ายเท หลังจากนั้นถ้าแลดูเหมือนคนป่วยเข้าใส่เสื้อผ้าอยู่หลายชั้น ก็อาจจะต้องถอดเสื้อผ้าชิ้นที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น แล้วก็ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นค่อยๆเช็ดตัวจนทั่ว รวมถึงถ้าเป็นไปได้ถ้าเรามีแผ่นความเย็น Cold Pack ก็ควรที่จะเอามาประคบโดยเฉพาะตามข้อพับต่างๆเช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ รวมถึงพันหลัง เพื่อที่จะให้ลดอุณหภูมิได้รวดเร็วที่สุด

วิธีป้องกัน

สำหรับวิธีการป้องกันภาวะฮีทสโตรก อันดับแรกเลยเนี่ยถ้าเราทราบว่าจะต้องออกไปทำกิจกรรมการแจ้งในอุณหภูมิตั้งแต่ตั้งแต่ 32-33 องศาขึ้นไปกลางแดดก็มีโอกาสเกิดได้แล้ว ถ้าจำเป็นหลีกเลี่ยงเป็นเวลาอื่นไม่ได้ก็ควรที่จะต้องเตรียมตัวให้ดี เสื้อผ้าใส่เสื้อผ้าที่มีลักษณะบางแล้วก็ถ่ายเทอากาศได้ดี อาจจะต้องสวมหมวกปีกกว้างนะคะถ้าครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 หรือ 40 ขึ้นไป และที่สำคัญควรจะหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสภาวะที่อากาศร้อนมาก หรือมีเหงื่อออกเยอะมากด้วย แต่ถ้าเป็นไปได้ ทางที่ดีถ้ากิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่อากาศร้อนมาก สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้เป็นช่วงเวลาอื่นที่แดดร่มลมตกแล้วหรือวันอื่นที่ไม่ร้อนเท่านี้ก็น่าจะปลอดภัยกว่า

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากรายการ รายการ คุยกับหมออัจจิมา