กระเทียม สรรพคุณและประโยชน์ สุดยอดสมุนไพร

กระเทียม

ชื่อวงศ์ : ALLIACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์กระเทียม : Allium sativum L.
ชื่อสามัญกระเทียม : Garlic.
ชื่อพื้นเมืองอื่น : หอมเทียม (ภาคเหนือ) : ปะเช้วา (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน) : กระเทียม, กระเทียมจีน (ทั่วไป) : กระเทียมขาว, หอมขาว (อุดรธานี่) : เทียม, หัวเทียม (ภาคใต้)

ลักษณะกระเทียมทางพฤกษศาสตร์

พืชล้มลุก (ExH) สูงประมาณ 30 – 45 ซม. มีหัวอยู่ใต้ เดิน ลักษณะกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 – 4 ซม. แต่ละหัว ประกอบด้วยกลีบหลายกลีบเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ บางพันธุ์แต่ละ หัวมีเพียงกลีบเดียว เรียกว่า กระเทียมโทน แต่ละกลีบจะมีเปลือก หรือกาบสีขาวหรืออมชมพูหุ้มโดยรอบ และสามารถแยกออกจากหัว เป็นอิสระได้ เนื้อในหัวมีสีเหลืองอ่อน กลิ่นแรง

ใบกระเทียม เป็นใบเดี่ยว ลักษณะใบรูปร่างแบน แคบยาว และ กลวง ปลายใบแหลม โคนของใบหุ้มซ้อนกัน ด้านล่างมีรอยพับ เป็นสันตลอดความยาว ใบมีสีเขียวเข้ม

ดอกกระเทียม ออกดอกเป็นช่อ ก้านช่อดอกยาวเล็ก ติดกันเป็น กระจุก ที่ปลายก้านช่อมีลักษณะกลม ประกอบด้วยดอกหลายดอก มีกาบหุ้มเป็นจะงอยยาว กลีบดอกมี 5 กลีบ รูปร่างยาวแหลม สี ขาวอมเขียวหรือขาวอมชมพูม่วง

กระเทียม
กระเทียม
ที่มารูป thaiza.com

กระเทียม นิเวศวิทยา

กระเทียม มีถิ่นกําเนิดแถบเอเชียตอนกลาง เป็นพืชที่ต้องการอากาศหนาว เย็นในการเพาะปลูก ช่วงเวลาที่เหมาะสําหรับการปลูกคือปลายฤดู ฝนหรือต้นฤดูหนาว โดยทั่วไปจะปลูกเป็นพืชผักสวนครัวหลังการ เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว ปลูกมากในแถบภาคเหนือและภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือ

การปลูกและขยายพันธุ์

กระเทียม เป็นสมุนไพรที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะให้ผลผลิตดีใน ช่วงฤดูหนาว เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ขยายพันธุ์ด้วยการใช้ หัวใต้ดิน การปลูกกระทําได้ 2 วิธี คือ

  • หว่าน โดยแกะหัวกระเทียมให้เป็นกลีบๆ หว่านในแปลง ปลูก คลุมด้วยฟางข้าว และรดน้ําตาม
  • การวางกลีบ โดยนําเอากระเทียมที่แกะเอากลีบออกแล้ว ไปแช่น้ําไว้ 1 คืน แล้วจึงนํากลีบกระเทียมลงปลูกในหลุมที่ขุดลึก ไว้ประมาณ 1 นิ้ว ฝังส่วนโคนกลีบลงแล้วคลุมดินด้วยฟางข้าวหรือ หญ้าแห้ง และรดน้ําตามให้ชุ่ม

สรรพคุณ ประโยชน์ของกระเทียม

หัวใต้ดินกระเทียม รสร้อนฉุน แก้กลากเกลื้อน ขับลมในลําไส้ แก้ ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ขับพยาธิในลําไส้ แก้หืด อัมพาต, โขลกสระ ผมป้องกันผมหงอก, ทาถูนวดแก้อาการชักกระตุกของเด็ก, โขลก พอกหัวเหน่าแก้ขัดเบา, โขลกกับน้ําส้มกวาดคอ แก้อาการอักเสบ เสียงแหบแห้ง, แก้ไขมันอุดตันในเส้นเลือด แก้ความดันโลหิตสูง ใช้พอกตรงที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด, ใช้ เป็นยาขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ และขับเสมหะ, น้ํากระเทียมใช้ใส่ แผลที่เป็นหนอง, น้ําคั้นหยอดใส่หูแก้หูอื้อ หูตึง

หัวใต้ดินกระเทียม
ที่มา farmky.com

ใบสดกระเทียม รสร้อนฉุน ทําให้เสมหะแห้ง กระจายโลหิต แก้ลม – ปวดมวนในท้อง

วิธีใช้กระเทียม

  • กระเทียมลดความดันโลหิต โดยรับประทานกระเทียมสดวันละ 7 กลีบ เป็นประจํา ความดันโลหิตจะลดลงเอง
  • กระเทียมเป็นยาขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุก เสียด โดยรับประทานสดๆ ครั้งละประมาณ 5 – 7 กลีบ (หนัก ๕ กรัม) หลังอาหารและเวลามีอาการ หรือใช้กระเทียม 5 – 7 กลีบ บดให้ละเอียดเติมน้ําส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ เติมเกลือและ น้ําตาลเล็กน้อย แล้วคั้นเอาน้ําดื่ม
  • กระเทียมเป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันการเป็นวัณโรคหรือนิวโมเนีย โดยรับประทานกระเทียมสดวันละ 5 – 7 กลีบ วันละ 2 – 3 ครั้ง หลังอาหารเป็นประจํา
  • กระเทียมแก้อาการกลากเกลื้อน โดยการฝานกลีบกระเทียมหรือ โขลกคั้นเอาน้ําทาบริเวณที่เป็น โดยการขูดผิวบริเวณที่เป็นให้พอ แดงๆ ก่อน แล้วจึงนําเอากระเทียมมาถูบ่อยๆ หรือวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น

ข้อควรระวังในการใช้กระเทียม

  • ไม่ควรรับประทานกระเทียมสดๆ ในขณะท้องว่าง เพราะ จะทําให้เกิดอาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และน้ําย่อยอาจ จะไปทําลายสารที่มีประโยชน์ได้
  • น้ําคั้นจากกระเทียมถูกผิวหนังจะทําให้เกิดอาการแพ้เป็น ผื่นแดงได้จึงควรใช้อย่างระมัดระวัง

คำเตือน

อาการข้างเคียงสําหรับผู้บริโภคกระเทียมบางราย คือ มีอาการร้อนใน ปากและทางเดินอาหาร หรืออาจคลื่นไส้อาเจียนและมีอาการท้อง เสียร่วมด้วย

  • ไม่ควรกินกระเทียมร่วมกับยาต้านไวรัสบางตัวพร้อมๆ กัน เพราะจะทําให้ยาต้านไวรัสมีประสิทธิภาพลดลง
  • ไม่ควรใช้กระเทียมในขณะใช้ยาต้านการรวมตัวของเลือด (Anticoagulants)
  • ไม่ควรใช้ก่อนรับการผ่าตัด เพราะอาจทําให้เลือดออกมากกว่า ปกติ
  • ไม่ควรใช้หากใช้ยาป้องกันการขาดน้ําตาลในเลือด (Hyproglycemic drugs)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง