กล้วย สรรพคุณและประโยชน์ที่เป็นได้มากกว่าผลไม้

กล้วย สรรพคุณและประโยชน์ที่เป็นได้มากกว่าผลไม้

กล้วย เป็นไม้พื้นถิ่นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจริญเติบโตได้ใน พื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ปลูกมากที่จังหวัดกําแพงเพชร กาญจนบุรี เพชรบุรี ระนอง ชุมพร นครราชสีมา และหนองคาย

ชื่อวงศ์ : MUSACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Musa sapientum L.
ชื่อสามัญ : Banana, Cultivated banana.
ชื่อพื้นเมืองอื่น : กล้วยกะลิอ่อง, กล้วยมะนิอ่อง, มะลิอ่อง (เงี้ยว – ภาคเหนือ) : กล้วยไข่, กล้วยใต้, กล้วยส้ม, กล้วยหอม (ภาคเหนือ) : กล้วย นาก (กรุงเทพฯ) : กล้วยน้ําว้า, กล้วยเล็บมือ กล้วยหอมจันทน์, กล้วยหักมุก (ภาคกลาง) : ยาไข่, สะกุย (กะเหรี่ยง – จันทบุรี) ; เจก (เขมร – จันทบุรี)

ลักษณะต่างๆของกล้วย

พืชล้มลุก (H) ลําต้นเกิดจากกาบหุ้มซ้อนกันลักษณะทรง กระบอกตั้งตรงสูง และแตกหน่อออกด้านข้าง กาบด้านนอกมีสี เขียวอ่อนและมีปืนดําเล็กน้อย ด้านในสีเขียวอ่อน ต้นสูงประมาณ ๒ – ๕ เมตร

ใบตอง เป็นใบเดี่ยวสีเขียวขนาดใหญ่ แผ่นใบยาว ลักษณะใบ รูปขอบขนานแกมรูปไข่ โคนใบมนหรือเฉียง ขอบใบเรียบ และมี แถบสีแดงเล็กโดยรอบ ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม แผ่นใบสี เขียวเรียบเป็นมัน ท้องใบหรือใต้ใบสีขาวนวล เส้นกลางใบหรือ แกนใบเป็นร่องลึกเห็นชัดเจน ก้านใบมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อตรงกลาง เป็นรูพรุน

ใบตอง

ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดที่ปลายยอด ลักษณะ ห้อยหัวลง มีใบประดับขนาดใหญ่สีแดงเรียกว่าปลี รองรับดอกย่อย แต่ละชั้นที่ออกเป็นแผง ดอกย่อยเป็นดอกแบบสมมาตรด้านข้าง มีกลีบดอก 5 กลีบ จัดเรียงตัวเป็น ๒ วง

ผลกล้วย เป็นผลแบบมีเนื้อหลายเมล็ด ออกผลเป็นแผงเรียกว่า หวี และเรียงซ้อนกันหลายหวี เรียกว่า เครือ ปลายเครือมีหัวปลี ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับดอกกล้วย ซึ่งขนาดและสีของผลกล้วยแตก ต่างกันตามชนิดของแต่ละพันธุ์ เช่น สีเขียว สีเหลือง เป็นต้น ส่วนกล้วยน้ําว้า ผลดิบจะมีสีเขียว ผลสุกจะมีสีเหลือง

ประโยชน์ของกล้วย
ประโยชน์ของกล้วย
ที่มา cosmenet

การปลูกและขยายพันธุ์กล้วย

กล้วย เป็นผลไม้และสมุนไพรที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีความชุ่มชื้นและมีการ ถ่ายเทอากาศในดินที่แน่นอนเฉพาะตัว สถานที่ปลูกกล้วยควรมี ลมไม่แรงนัก ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือเหง้า การปลูกควร เลือกหน่อที่มีขนาดสม่ําเสมอกัน เมื่อขุดเอาหน่อขึ้นมาควรเอาดิน และรากออก หลังจากปลูกแล้วรดน้ําให้ชุ่มชื้นและน้ําต้องไม่ขัง

สรรพคุณและประโยชน์ของกล้วย

  • น้ำยางกล้วย รสฝาด น้ํายางจากใบใช้เป็นยาสมานแผล ห้าม เลือด โดยใช้ยางหยดลงที่บาดแผล
  • ใบตอง รสเย็นจุด ใช้ใบปิ้งไฟปิดแผลไฟไหม้ หรือนํามาต้มอาบ แก้เม็ดผดผื่นคัน
  • กาบ รสเย็น นํามาวางตามตัวที่ร้อนเนื่องจากพิษไข้ จะช่วย ลดไข้
  • รากกล้วย รสฝาดเย็น ต้มเอาน้ําดื่มแก้ไข้ ท้องเสีย แก้โรคบิด แก้ร้อนในกระหายน้ํา สมานแผลภายใน และแก้ผื่นคัน
  • เหง้าหรือลําต้นใต้ดิน รสฝาดเย็น ปรุงเป็นยาแก้ริดสีดวง ทวารชนิดมีเลือดออก หรือรักษาแผลภายในช่องทวาร
  • หยวกกล้วย รสฝาดเย็น เผาไฟรับประทาน เป็นยาขับพยาธิ
  • ผลดิบ รสฝาด ใช้กล้วยดิบทั้งลูกรวมทั้งเปลือก เป็นยาแก้ โรคท้องเสีย เป็นยาสมานแผล รักษาแผลในกระเพาะอาหาร และ อาหารไม่ย่อย)กใช้ผงกล้วยดิบโรยรักษาแผลเรื้อรัง แผลเน่าเปื่อยและแผลติดเชื้อต่างๆ
  • ผลสุก รสหวาน ใช้เป็นยาระบายสําหรับผู้ที่เป็นโรคริดสีดวง ทวารหรือผู้ที่มีอุจจาระแข็ง บํารุงกําลัง บํารุงร่างกาย รักษาแผล ในกระเพาะอาหาร
  • เปลือกผล รสฝาด ใช้ทาบริเวณยุงกัดหรือมดกัด รักษา อาการผื่นคัน
  • ดอกหรือหัวปลี รสฝาด เป็นยาแก้โรคโลหิตจาง ลดปริมาณ น้ําตาลในเลือด แก้โรคกระเพาะอาหารลําไส้ และรักษาโรคเบาหวาน น้ําคั้นจากหัวปลี ดื่มเป็นยาบํารุงโลหิต และถ่ายเป็นมูกเลือด

วิธีใช้

  1. รักษาแผลในกระเพาะอาหาร โดยใช้กล้วยน้ําว้าดิบผ่าน เป็นแว่น ตากแดดให้แห้งหรืออบให้แห้งสนิท แล้วบดเป็นผงชงน้ํา ดื่มครั้งละครึ่งผลถึงหนึ่งผล หรือชงน้ําผสมกับน้ําผึ้ง ๑ ช้อนโต๊ะ ดื่ม หรือบดเป็นผงปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทานครั้งละ ๕ เม็ด ก่อนอาหาร ๓ เวลา และก่อนนอนเป็นประจํา
  2. รักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรง โดยใช้ผลห้ามรับประทาน ครั้งละครึ่งผลถึงหนึ่งผล หรือใช้ผลดิบฝานเป็นแว่นตากแดดให้แห้ง แล้วบดเป็นผงชงน้ําดื่มครั้งละครึ่งผลถึงหนึ่งผล หรือบดเป็นผง ปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทานครั้งละ ๔ เม็ด ก่อนอาหาร ๓ เวลา และก่อนนอน ซึ่งในการรับประทานผลดิบอาจมีอาการท้องอืด ท้อง เฟ้อ สามารถป้องกันได้โดยใช้ร่วมกับยาขับลม เช่น น้ําขิง พริกไทย เป็นต้น

ข้อควรระวัง

เมื่อรับประทานกล้วยดิบแล้วมักจะมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อตามมา สามารถป้องกันโดยรับประทานกล้วยดิบร่วมกับขิงหรือกระวาน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง