กะเพรา ลักษณะสรรพคุณและคุณประโยชน์ต่าง ๆ

กะเพรา

กะเพรา เป็นสมุนไพรที่พบได้ทั่วๆ ไปในประเทศที่มีอากาศร้อน เจริญเติบโตได้ในทุก ฤดูกาล และขึ้นได้ในดินทุกชนิดในที่โล่งแจ้ง นิยมยกร่องปลูก ต้องการน้ําน้อย เจริญเติบโตได้ดีในดิน ร่วนซุย ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือใช้ลําต้นปักชํา

ชื่อวงศ์กะเพรา : LABIATAE
ชื่อวิทยาศาสตร์กะเพรา : Ocimum tenuiflorum L.
ชื่อสามัญ : Holy basil, Thai basil.
ชื่อพื้นเมืองอื่น : ห่อกวอซู, ห่อดูปลู (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) : อิ่มคิมหลํา (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) : ก้อมก้อ, ก้อมก้อคง (เชียงใหม่) ; กะเพรา, กะเพรา ขน, กะเพราขาว, กะเพราแดง (ภาคกลาง)

ลักษณะของกะเพรา

ไม้พุ่ม (US) ขนาดเล็ก ลําต้นตั้งตรงมีลักษณะเป็นรูป สี่เหลี่ยม โคนต้นแข็ง ยอดเป็นไม้เนื้ออ่อน มีขนปกคลุมทั่ว แตก กิ่งก้านสาขามาก และมีกลิ่นหอมแรง กะเพราที่ปลูกกันมีอยู่ ๒ ชนิด คือ กะเพราขาว ซึ่งมีใบและลําต้นสีเขียว และกะเพราแดง มีใบและลําต้นสีแดงอมเขียว

ใบกะเพรา เป็นใบเดี่ยว แตกใบออกตรงข้ามในแต่ละข้อของลําต้น และกิ่ง ลักษณะใบรูปรีหรือรี่ค่อนข้างยาว ปลายใบแหลม โคนใบ รูปลิ่มหรือมน ขอบใบจักฟันเลื่อยและเป็นคลื่น ยกเว้นขอบที่โคน ใบจะเรียบ แผ่นใบบางสีเขียวหรือสีแดง และมีขนปกคลุมทั้งสอง ด้าน ก้านใบสีเขียวหรือสีแดงแล้วแต่พันธุ์

ใบกะเพรา
ใบกะเพรา

ดอกกะเพรา ออกดอกเป็นช่อแบบช่อฉัตร ออกช่อที่ยอดหรือปลาย กิ่ง ริ้วประดับรูปไข่หรือรูปหัวใจ ปลายแหลม ขอบมีขน ดอกย่อย แบบสมมาตรด้านข้าง ก้านดอกโค้งยาวมีขน มีกลีบเลี้ยงเชื่อมติด กันเป็นหลอดปลายแยกเป็นปาก กลีบดอกสีขาวอมม่วงหรือสีม่วง เชื่อมติดกันเป็นรูประฆังปลายแยกเป็นปาก ปากบนมีแฉกมนๆ ๔ แฉก ปากล่างโค้งลง แบน ขอบเรียบ

ผล เป็นแบบผลเปลือกแห้งเมล็ดเดียว มีขนาดเล็ก ปลาย มน เกลี้ยง

เมล็ด มีขนาดเล็ก รูปไข่ สีน้ําตาลมีจุดสีเข้ม หุ้มด้วยกลีบ เลี้ยงของเมล็ด

สรรพคุณของกะเพรา

  • ราก รสเผ็ดร้อน ต้มน้ําดื่มเป็นยาขับเหงื่อในคนเป็นไข้โรค มาลาเรีย แก้ธาตุพิการ
  • รากและต้น รสเผ็ดร้อน บํารุงธาตุ แก้ไข้สันนิบาต แก้ พิษตานซาง
  • ใบ รสเผ็ดร้อน เป็นยาขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ ปวดท้อง บํารุงธาตุ ขับผายลม แก้อาการจุกเสียดในท้อง แก้ลม ตานซาง แก้คลื่นเหียนอาเจียน, น้ําคั้นจากใบใช้เป็นยาขับเสมหะ ขับเหงื่อ เป็นยาขับน้ําดี ช่วยย่อยไขมัน ใช้ทาภายนอกแก้โรค ผิวหนัง กลากเกลื้อน รักษาหูด, ใบแห้งใช้ชงดื่มกับน้ําแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และน้ํามันจากใบใช้เป็นยาฆ่ายุงได้ (มีฤทธิ์ได้นาน ๒ ชม.) หรือไล่แมลงวันทอง, ใบแห้ง บดเป็นยานัตถุ แก้คัดจมูก, ยาชง หรือน้ําต้มใบใช้แก้ตับอักเสบ และบํารุงธาตุสําหรับเด็ก, น้ําคั้นจาก ใบหยอดหูแก้อาการปวดหู
  • ดอก รสเผ็ดร้อน ผสมกับน้ําผึ้งรับประทานแก้หลอดลมอักเสบ
  • เมล็ด รสเผ็ดร้อน เป็นยาขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ โรคทางเดินปัสสาวะ และไตอักเสบ, เมื่อนําเมล็ดไปแช่น้ําจะพอง ตัวเป็นเมือกขาวให้ใช้พอกในบริเวณตาเมื่อฝุ่นละอองเข้าตาหรือตา มีผง และจะไม่ทําให้ตาซ้ํา
  • ทั้งห้า หรือทุกส่วนของต้น เป็นยาเพิ่มน้ํานมในสตรีหลัง คลอดบุตร ขับน้ํานม บรรเทาอาการไข้เรื้อรัง
สมุนไพร-กะเพรา
สมุนไพร-กะเพรา

วิธีและปริมาณที่ใช้

  1. กะเพราเป็นยาขับลมในเด็กอ่อน ใช้ใบสดใส่เกลือเล็กน้อยบดให้ ละเอียดผสมน้ําผึ้งหยอดให้เด็กอ่อนเพิ่งคลอด ๒ – ๓ หยดประมาณ ๓ วัน จะช่วยขับผายลมและถ่ายขี้เทา, สําหรับผู้ใหญ่ใช้ใบกะเพรา แห้งหรือบดเป็นผงชงน้ําดื่มเป็นยาขับลม
  2. แก้คลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากธาตุไม่ปกติ ใช้ใบและยอด สุดประมาณ ๑ กํามือ (๒๕ กรัม) ต้มแล้วกรองเอาน้ําดื่ม
  3. กะเพราแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียดและปวดท้อง (เหมาะสําหรับเด็กท้องอืด) โดยใช้ใบและยอดกะเพรา ๑ กํามือ (กรณีเป็นใบสดหนัก ๒๕ กรัม และถ้าเป็นใบแห้งหนัก ๕ กรัม) ต้ม แล้วกรองเอาน้ําดื่มหรือนํามาปรุงเป็นอาหารรับประทานแก้ท้องอืด
  4. กะเพราแก้ไข้ ใช้รากกะเพราชงน้ําดื่มวันละ ๓ ครั้ง อาการจะ ทุเลา
  5. ใช้กะเพราทาภายนอก โดยใช้ใบสดทาบริเวณท้องเด็กอ่อน จะ ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้

อ้างอิง