กาหลา สรรพคุณและคุณประโยชน์ต่างที่ต้องรู้

กาหลา

กาหลา เป็นสมุนไพรที่มีถิ่นกําเนิดอยู่ในเขตร้อนทั่วไป ชอบดินชุ่มชื้น นิยมปลูกกันตาม บ้านเรือนเป็นไม้ประดับ การปลูกเพื่อการค้านิยมปลูกเป็นแปลงเพื่อให้ได้ผลผลิตเต็มที่ ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือเหง้าหัวใต้ดิน เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย

ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Etlingera elatior (Jack) R.M.Sm.
ชื่อพ้อง : Nicolaia elatior (Jack) R.M.Sm.
ชื่อสามัญ : Torch ginger
ชื่อพื้นเมืองอื่น : กาหลา, ดาหลา (กรุงเทพฯ) : กะลา (นครคริ ธรรมราช)

ลักษณะกาหลา

พืชล้มลุก (ExH) สูงประมาณ 5 เมตร เป็นพืชตระกูลเดียว กับข่าและขิง มีลําต้นใต้ดินเป็นเหง้าหัว ลําต้นเหนือพื้นดินเป็น กาบ หุ้มรอบกันแน่นทรงกระบอก

ใบกาหลา เป็นใบเดี่ยว ลักษณะใบรูปขอบขนานหรือรูปหอก สี เขียวมันเข้ม ปลายใบแหลม กว้าง 20 ซม. ยาวประมาณ 50 ซม.

ดอกกาหลา ออกเป็นช่อเดี่ยวที่ปลายก้านซึ่งแทงขึ้นมาจากเหง้า ใต้ดิน ก้านช่อดอกเป็นปล้องยาวประมาณ 1.5 เมตร ดอกสีแดง อมชมพูหรือสีขาว กลีบดอกหนาเรียบเป็นมันซ้อนกันหลายชั้น โคนกลีบดอกเรียบเป็นมันสีแดง ปลายกลีบสีขาว กลีบนอกใหญ่ กลีบในเล็ก และลดขนาดลงเรื่อยๆ จนถึงวงชั้นใน ปลายกลีบ แบะออกมีจะงอยแหลม ออกดอกตลอดปี มีมากช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม

ดอกกาหลา
ดอกกาหลา

ผลกาหลา รูปกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 – 2.5 ซม. มีขนนุ่ม

สรรพคุณของสมุนไพรกาหลา

หน่ออ่อน และดอกตูม รสเผ็ดเล็กน้อย นิยมนํามาต้มจิ้ม รับประทานกับน้ําพริก หรือแกงกะทิ แกงคั่ว ยํา นั่นฝอยผสมใน ข้าวยําซึ่งเป็นอาหารภาคใต้, นํามาต้มแล้วชงเป็นเครื่องดื่ม ส่วน กากที่เหลือนําไปเกี่ยวกับน้ําตาล ทําเป็นดอกกาหลากวน

วิธีและปริมาณที่ใช้

  • กาหลาช่วยขับลม โดยใช้กลีบดอก ๑๐ – ๑๕ กลีบมาต้มแล้ว ชงเป็นเครื่องดื่ม ดื่มเป็นประจํา
  • กาหลาใช้รักษาโรคผิวหนัง และแก้ลมพิษ โดยใช้เหง้าหัวใต้ดิน โขลกผสมเหล้าโรงแล้วคั้นเอาน้ําทาบริเวณที่เป็นโรคผิวหนังหรือ ลมพิษ วันละ ๒ – ๓ เวลา

ข้อแนะนำและคำเตือน

มีรสเผ็ดร้อน สําหรับผู้ที่ไม่ชอบรับประทานสมุนไพรรสเผ็ดอ รับประทานได้ยาก