งา ประโยชน์ของ งาขาว สรรพคุณบำรุงร่างกาย

งา สมุนไพร

งา เป็นไม้กลางแจ้ง มีถิ่นกําเนิดแถวเอเชีย แล้วกระจายพันธุ์และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การปลูกและขยายพันธุ์ งาปลูกช่วงต้นฤดูฝนหรือปลายฤดูฝน ถ้าปลูกในต้นฤดูฝนจะ ให้ผลผลิตในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน แต่ถ้าปลูกปลายฤดูฝน จะให้ผลผลิตในช่วงเดือนพฤศจิกายน

ข้อมูลเบื้องต้นของงา

ชื่อวงศ์ : PEDALIACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ Sesamum orientale L. Sesamum indicum L.
ชื่อสามัญ : Sesame.
ชื่อพื้นเมืองอื่น : นีโซ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) , งา, งา ขาว (ทั่วไป) : ไอยู่มั้ว (จีน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

พืชล้มลุก (ExH) ขนาดเล็ก สูงประมาณ 60 – 120 ซม. ลําต้นเป็นสี่เหลี่ยมตั้งตรงถึงยอด มีร่องตามยาว เปลือกบาง ผิว เรียบ สีเขียวอ่อน ลําต้นมีกลิ่นฉุน

ใบ เป็นใบเดี่ยว ลักษณะรูปไข่สลับ ปลายใบแหลมหรือ ค่อนข้างมน มีขนอ่อนปกคลุม ขอบใบแยกเป็น 3 พูสลับ ใบที่ อยู่สูงก้านสั้น ใบมีกลิ่นฉุนเหมือนลําต้น

ดอก ออกดอกเดี่ยว ตามซอกใบ จะแตกดอกออกรอบๆ ลําต้น แล้วจะบิดมาอยู่ในแนวเดียวกันด้านหนึ่ง ดอกมีสีขาวหรือ ขาวอมม่วงมีประแต้มด้วยสีเหลือง กลีบเลี้ยงสีเขียว ปลายแยก เป็นแฉกรูปขอบขนาน ปลายกลีบแหลม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน เป็นหลอดโค้ง ด้านหนึ่งของกว่าอีกด้านหนึ่ง ปลายแยกเป็นกลีบ ดอก 5 กลีบ ออกดอกเดือนมกราคม ถึงกุมภาพันธ์

ผล เป็นฝัก ลักษณะรูปทรงกระบอกหรือแบน มีขนาดเท่า กับนิ้วก้อย ปลายมนมีจะงอย เมื่อผลแก่และแห้งก็จะแตกออก

เมล็ด ขนาดเล็ก จํานวนมาก ลักษณะกลมแบน สีขาว อมเหลือง สีน้ําตาลหรือสีดํา ถ้าเป็นสีขาวอมเหลืองเรียกว่า “งา ขาว” ถ้าเป็นสีดําเรียกว่า “งาดํา” เมล็ดมีกลิ่นหอม และภายใน มีน้ำมันประมาณ 40 – 50 เปอร์เซ็นต์ สามารถนํามาบีบเอาน้ํามัน ได้ เรียกว่า “น้ํามันงา”

สรรพคุณในตํารายาของงา

  • เมล็ด รสหวานอมขมเล็กน้อย ในเมล็ดงาจะมีไขมันชนิด ต่างๆ เช่นพวก Stearic acid, Oleic acid ซึ่งเมื่อบริโภคไปใน ร่างกายแล้วจะเป็นตัวหล่อลื่น เป็นยาระบายอ่อนๆ เป็นยาบํารุง กําลัง และทําให้ร่างกายอบอุ่นมีสุขภาพดี
  • น้ำมันงา ใช้ทาผิวหนังให้ความนุ่มนวล และผิวหนังชุ่มชื้น ป้องกันผิวแตก
  • ดอกงา รสเผื่อน ใช้รักษาหูด
งา สมุนไพร

วิธีการใช้สมุนไพร

  1. ใช้รักษาหูด โดยใช้ดอกงาที่เก็บในตอนเช้า ซึ่งยังมีน้ํา ค้างอยู่ ประมาณ 5 – 7 ดอก มาถูกับบริเวณที่เป็นหูดวันละ 3 ครั้ง ภายใน 7 – 10 วัน จะเห็นผล, หรือถ้าใช้ดอกงาแห้ง ประมาณ 7 – 10 ดอกให้นํามาแช่น้ํานาน 10 นาที ต้มในน้ํา 2 แก้ว ให้ เดือดแล้วเคี่ยวให้เหลือหนึ่งในสามส่วน กรองเอาแต่น้ํา ทาบริเวณ ที่เป็นหูดประจํา ประมาณ 10 วัน แล้วหูดจะหลุดออกเอง
  2. บํารุงกําลังและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย โดยรับประทาน เมล็ดงาหัววันละ 1 – 2 ช้อนชากับอาหารที่บริโภคเป็นประจํา หรือ อาจจะใช้น้ํามันงาเป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารก็ได้

โทษของสมุนไพร

เมื่อซื้อมาแล้วให้เก็บใส่ขวดและปิดฝาให้สนิท เมื่อจะใช้ให้ คั่วในปริมาณที่พอใช้เท่านั้น เพราะถ้าคั่วทิ้งไว้อาจจะมีกลิ่นเหม็นหิน

บางรายรับประทานงาแล้วอาจทําให้เกิดอาการแพ้มีผื่นขึ้น คล้ายลมพิษ และเกิดอาการแพ้แบบ anaphylactic shock เนื่อง จากสารในเมล็ดงาไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันชนิด non-IgE