ชะพลู สรรพคุณประโยชน์ ข้อควรระวังในการบริโภค

ชะพลู

ชะพลู เป็นพืชที่ชอบขึ้นตามที่ลุ่มต่ําและแฉะ ข้างลําธาร เจริญ เติบโตได้เร็ว มักจะพบทั่วๆ ไปทุกภาคของประเทศไทย จึงนิยมปลูก ไว้บริเวณบ้าน ตามสวนครัว

ชื่อวงศ์ : PIPERACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Piper sarmentosum Roxb.
ชื่อสามัญ : Pepper
ชื่อพื้นเมืองอื่น : ผักปูนา, ผักพลนก, พลูลิง (ภาคเหนือ) :
เย่เท้ย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; ชะพลูหรือช้าพลู
(ภาคกลาง) : นมวา (ภาคใต้) ; Scanned with CamScanner

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

พืชล้มลุก (CrH) มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชนิดหนึ่งเป็นพืช ล้มลุกขนาดเล็ก ต้นเตี้ย สูงประมาณ 50 – 60 ซม. ลําต้นเป็น ข้อๆ มีไหลงอกออกเป็นต้นใหม่ และอีกชนิดหนึ่งเป็นเถาลักษณะ ลําต้นทอดคลานไปตามดิน ลําต้นมีสีเขียวทั้งสองชนิด

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับ ลักษณะใบรูปหัวใจ กว้าง 12 ซม. และยาวประมาณ 16 ซม. ใบบางสีเขียวเข้มเห็นเส้นใบ ชัดเจน ผิวใบไม่เรียบ มีกลิ่นเฉพาะตัว ปลายใบแหลม โดยทั่วไป แล้วคล้ายใบพลู

ใบชะพลู

ดอก ออกดอกเป็นช่อที่ยอด ดอกย่อยมีขนาดเล็กอัดกัน แน่นเป็นรูปทรงกระบอก ปลายมน คล้ายดอกดีปลี แต่สั้นกว่า

ผล ลักษณะเป็นกลุ่ม รูปทรงกระบอก เมล็ด มีขนาดเล็ก

สรรพคุณในตํารายา

ราก รสเผ็ดร้อน แก้คุณเสมหะ บํารุงธาตุ ขับลมในลําไส้ ทําให้เสมหะงวด ขับเสมหะให้ตกทางทวารหนัก

ลําต้น รสเผ็ดร้อน ขับเสมหะ แก้เสมหะในทรวงอก แก้ จุกเสียด รักษาอุระเสมหะ

ดอก รสเผ็ดร้อน ขับลมในลําไส้ แก้ศอเสมหะ ทําให้ เสมหะแห้ง ช่วยย่อยอาหาร

ใบ รสเผ็ดร้อน เจริญอาหาร ขับเสมหะ ทําให้เสมหะงวด ทําให้เลือดลมซ่าน

วิธีและปริมาณที่ใช้

1. แก้ดีซ่าน ใช้ทั้งต้น 3 กํามือ (100 กรัม) ใส่น้ําพอท่วม ต้มให้เดือดนาน 10 นาที ดื่มขณะที่ยังอุ่นอยู่ ก่อนอาหารเช้า – เย็น ครั้งละ 1 แก้ว

2. ช่วยขับลม โดยใช้รากชะพลู 10 – 15 กรัม นํามาโขลก ผสมน้ําแล้วกรองดื่ม

การปลูกและขยายพันธุ์

ชะพลู เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ชุ่มชื่นและแฉะ ขยายพันธุ์ด้วยการ ปักชําลําต้นที่มีข้อ 3 – 5 ข้อ หรือใช้ไหลปลูก

ข้อควรระวังในการบริโภค

ชะพลู 100กรัมจะมีออกซาเลต 671 มิลลิกรัม ซึ่งเป็น ปริมาณที่สูง จึงไม่ควรรับประทานมาก เพราะจะทําให้เวียนศีรษะได้ และไม่ควรรับประทานเป็นประจํา จะให้ดีควรปรุงร่วมกับอาหาร ประเภทเนื้อสัตว์เพราะจะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น

โทษของสมุนไพร

หากรับประทานมากเกินไปจะทําให้เกิดอาการเวียนศีรษะ และ ทําให้มีการสะสมของสารออกซาเลต (Oxalate) ในร่างกายสูง ซึ่ง เป็นสาเหตุให้เกิดโรคนิ่วในไต